ReadyPlanet.com
dot dot
dot
รับข่าวสาร Momyclub

dot
dot
ตะกร้าสินค้า
dot
จำนวน : 0 ชิ้น
ราคา : 0.00บาท
bullet ดูสินค้า
bullet ชำระเงิน
dot
หมวดหมู่สินค้า
dot
สินค้าสำหรับคุณแม่
สินค้าสำหรับเด็ก
สินค้าอื่นๆ


Go to medela
Go to munchkin


หัดเยอรมัน (Rubella) อันตราย...ที่มิใช่เพียงแค่หวัด

หัดเยอรมัน (Rubella) อันตราย...ที่มิใช่เพียงแค่หวัด 


        สำหรับคนทั่วไปการเปลี่ยนแปลงของดินฟ้าอากาศ อาจเป็นเรื่องดี เพราะทำให้ไม่รู้สึกซ้ำซากจำเจ แต่สำหรับบางคนการเปลี่ยนแปลงของดินฟ้าอากาศเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในเด็ก หรือผู้ที่ร่างกาย  ไม่ค่อยแข็งแรง อาจทำให้ป่วยเป็นหวัดได้ นอกจากนี้ยังมีโรคที่มีอาการคล้ายหวัด แต่มีอันตรายหากมีอาการแทรกซ้อนหรือเกิดในหญิงตั้งครรภ์ไตรมาสแรก
หัดเยอรมัน (Rubella) 
 
        เกิดจากเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่า Rubella virus ซึ่งจัดอยู่ใน Rubrivirus genus และ Togavirus family เป็นไวรัสชนิด RNA
การติดต่อของโรค


        หัดเยอรมัน เป็นโรคติดเชื้อที่ติดต่อทางระบบทางเดินหายใจ เชื้อจะอยู่ในลำคอ น้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย ติดต่อโดยการไอ จาม หรือหายใจรดกัน เช่นเดียวกับไข้หวัดหรือหัด ประมาณร้อยละ 20-50 ของผู้ป่วยติดเชื้อจะไม่มีอาการ


อาการและอาการแสดง
      -ระยะฟักตัว ประมาณ 14-21 วัน มีอาการคล้ายเป็นหวัด อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ เจ็บคอ เยื่อบุตาอักเสบ มีไข้ต่ำๆ ไม่รุนแรง หรืออาจไม่ปรากฏอาการไข้เลย โดยเฉพาะในเด็ก
 
      -ระยะออกผื่น มีผื่นเม็ดละเอียดสีแดง โดยเริ่มที่หน้าผากแถบไรผม หน้า คอ แขนขา และกระจายทั่วตัว บางคนอาจมีอาการคันด้วย ผื่นนี้จะหาย ไปเองใน 3-4 วัน ที่สำคัญบ่งชี้ถึงลักษณะของโรค คือ มีต่อมน้ำเหลืองโต คลำได้เป็นก้อนตรงหลังหู คอ ท้ายทอย และบางรายอาจมีอาการปวดข้อที่เกิดจากการอักเสบร่วมด้วย


การวินิจฉัยโรค
        วินิจฉัยจากประวัติอาการเจ็บป่วย ลักษณะของผื่น และการตรวจร่างกาย โรคนี้ไม่ใช่โรคร้ายแรงแต่อย่างใด แต่ที่สร้างปัญหา คือหากเป็นในหญิง ตั้งครรภ์ระยะ 3 เดือนแรก จะทำให้เด็กมีความผิดปกติหรือพิการแต่กำเนิด เช่น เป็นต้อกระจก ต้อหิน หูหนวก หัวใจพิการ น้ำหนักตัวน้อยกว่าปกติ ตับอักเสบ ซีด มีจ้ำเขียวขึ้นตามตัว สมองอักเสบ และปัญญาอ่อนหญิงตั้งครรภ์ที่มีอาการไข้ และมีผื่นขึ้น หรืออยู่ใกล้ชิดกับคนที่เป็นโรคหัดเยอรมัน แม้จะไม่มีอาการอะไรเลยก็ตาม ควรไปปรึกษาแพทย์ เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยโดยการเจาะเลือดตรวจแอนติบอดี้ต่อเชื้อไวรัส


แนวทางการรักษา
      1. สำหรับหัดเยอรมันที่พบทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ ให้รักษาตามอาการ เช่น ให้ยาลดไข้
 
      2. ถ้าพบในหญิงตั้งครรภ์ระยะ 3 เดือนแรก แนะนำให้ไปพบแพทย์ อาจตรวจเลือดพิสูจน์ ถ้าเป็นหัดเยอรมันจริง แพทย์จะพิจารณาให้ยุติการตั้งครรภ์
  
      3. ระยะมีไข้และออกผื่นต้องแยกของใช้ทุกชนิด ไม่ใช้ของปะปนกับผู้อื่น รวมทั้งการรับประทานอาหารและการนอน ก็ควรแยกจากผู้อื่น ถ้าคันบริเวณผื่น ให้ใช้ยาบรรเทาผดผื่นคัน เช่น คาลาไมน์โลชั่น

      4. ดื่มน้ำมากๆ และรับประทานอาหารอ่อนย่อยง่าย
 
      5. ถ้าไข้สูงมาก ไม่ลด ควรไปพบแพทย์ ทันที เพราะอาจมีข้อและสมองอักเสบได้


ข้อแนะนำ
      1. โรคนี้ไม่ใช่โรคร้ายแรง ความรุนแรงมีน้อยกว่าหัดด้วยซ้ำไป แต่ที่สร้างปัญหา คือ ส่วนที่เกิดกับหญิงตั้งครรภ์อ่อนๆ (ภายในระยะ 3 เดือน) เท่านั้น ที่ทำให้ทารกในครรภ์พิการแต่กำเนิด
  
      2. โรคนี้เป็นแล้วจะไม่เป็นซ้ำอีก เพราะภูมิต้านทานโรคไปชั่วชีวิต
 
      3. หญิงที่เป็นหัดเยอรมัน ให้คุมกำเนิดไว้ 3 เดือน เพื่อให้แน่ใจว่าหากตั้งครรภ์ ทารกจะปลอดภัย
 
      4. ในระยะที่มีการระบาดของโรค หญิงที่แต่งงานแล้ว และยังไม่เคยฉีดวัคซีน หรือเคยเป็นโรคนี้มาก่อน ควรคุมกำเนิดไว้ก่อน จนพ้นระยะระบาด ระหว่างนี้ควรฉีดวัคซีนป้องกัน
 
      5. หญิงมีครรภ์ที่มีอาการไข้และมีผื่นขึ้น หรืออยู่ใกล้ชิดกับคนที่เป็นโรค หัดเยอรมัน (แม้จะไม่มีอาการอะไรเลยก็ตาม) ควรไปพบแพทย์ เพื่อทำการตรวจ วินิจฉัย
  
      6. ควรนอนพักอยู่กับบ้าน เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค เด็กไม่ควรไปโรงเรียน
 
      7. หมั่นล้างมือและหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้ป่วย ถ้ามีอาการไอ จาม ให้ใช้ผ้าปิดปาก-จมูก


การป้องกัน
        การป้องกันโรคด้วยการฉีดวัคซีน MMR (หัด หัดเยอรมัน คางทูม) ถ้าฉีดครั้งแรกตอนอายุ 9-15 เดือน ควรฉีดกระตุ้นอีกครั้งเมื่ออายุ 12-16 ปี แต่ถ้าเริ่มฉีดเข็มแรกตอนโต ก็ไม่จำเป็นต้องฉีดกระตุ้น ผู้ที่ควรได้รับวัคซีนมากที่สุด คือ กลุ่มเด็กหญิงวัยรุ่น และกลุ่มหญิงวัยเจริญพันธุ์ ถ้าเป็นหญิงที่แต่งงานแล้ว แนะนำให้ฉีดวัคซีนในระยะที่มีประจำเดือน และคุมกำเนิดอย่างน้อย 8 สัปดาห์หลังฉีดวัคซีน เนื่องจากวัคซีนจะสร้าง ภูมิคุ้มกันได้จริงๆ หลังฉีด 6-8 สัปดาห์ไปแล้ว


        การติดเชื้อโรคหัดเยอรมันในหญิงตั้งครรภ์ จะก่อให้เกิดอันตรายต่อทารกในครรภ์อย่างมากและรุนแรงก็ตาม แต่เป็นภาวะที่สามารถป้องกันได้อย่างง่ายและดีที่สุด โดยการรับวัคซีนป้องกันโรคก่อนตั้งครรภ์ หรือตั้งแต่วัยเด็ก เพียงเท่านี้ก็สามารถป้องกันการติดเชื้อโรคหัดเยอรมันได้ตลอด ใส่ใจสักนิดคิดป้องกันไว้เสียแต่เนิ่นๆ ดีกว่า


ข้อมูลจาก สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค และ ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ


 




เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับแม่และเด็ก

ทำไมให้นมแม่อย่างเดียวตั้ง 6 เดือน
การเลือกใช้น้ำมันพืชกับอาหารเด็ก
การปัสสาวะรดที่นอนในเด็ก
นมแม่แน่ขนาดไหน article
การศึกษาระดับเชาว์ปัญญาในเด็กที่กินนมแม่ article
การเลี้ยงดูลูก...ด้วยนมแม่ article
ลูกได้รับน้ำนมแม่เพียงพอหรือไม่ article
ป้องกันก่อน มั่นใจกว่า กับไวรัสโรต้า article
โรคมือเท้าปาก article
การหลับไม่ตื่นในเด็กทารก (Sudden Infant Death Syndrome) article



Copyright © 2011 All Rights Reserved.

อีเมล์สอบถาม : info@momyclub.com อีเมล์ฝ่ายขาย : sale@momyclub.com